mamamapaแผนที่ของแม่

Biz · Mamapreneurตอบให้ชัดอ่าน 11 นาที

จัดเวลาแบบแม่ทำธุรกิจ: ลืมตาราง 30 นาทีต่อช่อง แล้วลองแบ่งเป็น “ช่วงพลังงาน” แทน

ตารางแบ่งช่องละ 30 นาทีมักพังเพราะลูกไม่ได้นอนตามนาฬิกา ลองจับคู่งานกับระดับพลังงานแทน งานใช้สมองไว้ช่วงหัวแล่น งานมือไว้ช่วงเหนื่อย แล้ววันที่ลูกป่วยก็ยังไม่เสียทั้งสัปดาห์

เคยไหมคะ นั่งวาดตารางสวยๆ ตอนลูกหลับ 9:00 ถ่ายรูปสินค้า 9:30 ตอบแชต 10:00 ลงโพสต์ พอถึงเช้าจริง ลูกตื่นตั้งแต่ 8:40 งอแงเพราะฟันจะขึ้น ตารางพังตั้งแต่ช่องแรก แล้วเราก็รู้สึกผิดทั้งวันว่า “ทำไมจัดการตัวเองไม่ได้”

ขอบอกก่อนเลยว่าไม่ใช่เราไม่มีวินัยนะคะ ตารางช่องละ 30 นาทีมันถูกคิดมาให้คนที่คุมเวลาตัวเองได้ ซึ่งแม่ลูกเล็กไม่ได้อยู่ในกลุ่มนั้นเลย เราเลยอยากชวนลองอีกวิธีที่ยืดหยุ่นกว่า คือจัดงานตาม “ช่วงพลังงาน” แทนตามนาฬิกา

ทำไมตารางช่องละ 30 นาทีถึงพังบ่อย สำหรับแม่ลูกเล็ก

คำตอบสั้นๆ: เพราะมันผูกงานไว้กับเวลา แต่เวลาว่างของแม่ลูกเล็กมาไม่ตรงนาฬิกา และพลังงานแต่ละช่วงของวันก็ไม่เท่ากัน

ตารางแบบนี้พังได้สามต่อเลยค่ะ

  • ลูกไม่ได้นอนตามเวลา ช่วงงีบกลางวันเลื่อนได้ทุกวัน ยิ่งช่วงป่วยหรือช่วงพัฒนาการเปลี่ยน
  • หนึ่งชั่วโมงไม่เท่ากัน ชั่วโมงหลังนอนเต็มอิ่ม กับชั่วโมงหลังตื่นให้นมมาสามรอบ ทำงานได้คนละเรื่องกันเลย
  • พอพังหนึ่งช่อง ที่เหลือพังตาม เราไม่ได้เสียแค่ 30 นาที แต่เสียกำลังใจทั้งวัน

บทความ “Manage Your Energy, Not Your Time” ใน Harvard Business Review เสนอไว้ตั้งแต่ปี 2007 ว่า เวลามีจำกัดเท่ากันทุกคน แต่ พลังงาน คือสิ่งที่เราดูแลและจัดสรรได้ อ่านแล้วนึกถึงชีวิตแม่ลูกเล็กเลยค่ะ

“ช่วงพลังงาน” คืออะไร ใช้แทนตารางยังไง

คำตอบสั้นๆ: คือการแบ่งวันเป็นช่วงพลังงานสูง กลาง และต่ำ แล้วเลือกงานให้ตรงกับพลังงานที่มีตอนนั้น แทนการกำหนดว่าต้องทำอะไรตอนกี่โมง

ลองนึกภาพว่าวันนึงเรามีพลังงานอยู่สามแบบ

ช่วงพลังงานรู้สึกแบบไหนเหมาะกับงานแบบไหน
สูง (หัวแล่น)คิดออก ตัดสินใจได้ ไม่ค่อยหงุดหงิดงานใช้หัว
กลาง (พอไหว)ทำได้ แต่ไม่อยากคิดอะไรยากงานกลางๆ
ต่ำ (หมดแรง แต่มือยังว่าง)ง่วง เบลอ แต่ยังนั่งได้งานมือ หรือพัก

ช่วงหัวแล่นของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเป็นตอนเช้าหลังกาแฟแก้วแรก บางคนเป็นตอนลูกงีบกลางวันรอบแรก บางคนมาตอนสามทุ่มหลังลูกหลับ ไม่มีแบบไหนผิดเลยค่ะ

แบ่งงานธุรกิจเป็น 3 กองยังไง

คำตอบสั้นๆ: จดงานทั้งหมดในธุรกิจออกมา แล้วแยกเป็นงานใช้หัว งานกลางๆ และงานมือ พอมีเวลาว่างก็หยิบจากกองที่ตรงกับพลังงานตอนนั้นได้เลย

ยกตัวอย่างแม่ที่ขายของออนไลน์นะคะ

กองงานใช้หัว (ต้องการสมาธิเต็มที่)

  • คิดสินค้าใหม่ ตั้งราคา คำนวณต้นทุน
  • เขียนแคปชันขาย หรือสคริปต์คลิป
  • วางแผนโปรโมชันเดือนหน้า
  • ทำบัญชี กรอกภาษี

กองงานกลางๆ (ต้องใช้ความใส่ใจ แต่ไม่ต้องคิดใหม่)

  • ตอบแชตลูกค้า
  • ถ่ายรูปสินค้าตามแบบที่คิดไว้แล้ว
  • ลงสินค้าในร้าน กรอกรายละเอียด
  • ตัดต่อคลิปง่ายๆ

กองงานมือ (ทำได้แม้สมองเบลอ)

  • แพ็กของ ติดใบปะหน้า
  • นับสต็อก
  • ตั้งเวลาโพสต์ที่เตรียมไว้แล้ว
  • จัดโต๊ะทำงาน ล้างอุปกรณ์

ทริกคือ ทำงานกองเดียวกันรวดเดียวเป็นก้อน เช่น ถ่ายรูปสินค้าของทั้งสัปดาห์ในรอบเดียว แทนที่จะถ่ายวันละชิ้น เพราะการสลับงานไปมามีต้นทุนนะ สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) สรุปงานวิจัยไว้ว่าการสลับงานบ่อยๆ ทำให้เสียเวลาทำงานที่มีประสิทธิภาพไปได้มาก แม่ๆ โดนลูกขัดจังหวะกันอยู่แล้ว อย่าไปสลับงานเองซ้ำอีกชั้นเลยค่ะ

หาช่วงพลังงานของตัวเองยังไง ใน 7 วัน

คำตอบสั้นๆ: จดสั้นๆ วันละ 3 ครั้งเป็นเวลา 1 สัปดาห์ว่าพลังงานตอนนั้นสูง กลาง หรือต่ำ แล้วดูว่าช่วงไหนซ้ำกันบ่อย

ไม่ต้องโหลดแอปอะไรเพิ่มเลย โน้ตในมือถือก็พอแล้ว

  1. จดวันละ 3 ครั้ง เช้า บ่าย ค่ำ เขียนแค่ “สูง/กลาง/ต่ำ” กับสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น “บ่าย ต่ำ ลูกตื่นตีสาม”
  2. จดช่วงที่ว่างจริง ว่างกี่นาที ตอนไหน (ไม่ใช่ตอนที่อยากให้ว่าง)
  3. ครบ 7 วัน ดูรูปแบบ ส่วนใหญ่จะเห็นว่ามีช่วงพลังงานสูงแค่วันละ 1 ช่วงสั้นๆ
  4. ปกป้องช่วงนั้น ไว้ทำงานใช้หัวอย่างเดียว ไม่เอาไปตอบแชตหรือไถฟีด

จดไปจดมา แม่ลูกเล็กหลายคนจะเจอว่าเวลาที่ทำงานได้จริงรวมกันแค่ราว 5 ถึง 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้ายังนึกไม่ออกว่าธุรกิจแบบไหนเหมาะกับเวลาเท่านี้ ลองเล่น ตัวช่วยหาไอเดียธุรกิจ (Income Finder) ตอบ 4 ข้อเรื่องเวลา ความถนัด งบ และคนช่วยดูลูก แล้วจะได้ทางที่เริ่มได้เลยค่ะ

วันหนึ่งของแม่ที่ใช้ช่วงพลังงาน หน้าตาเป็นยังไง

คำตอบสั้นๆ: ไม่มีเวลาเป๊ะ มีแต่ “ถ้าเจอช่วงนี้ ทำงานกองนี้” และวางเป้าเป็นรายสัปดาห์แทนรายวัน

สมมติเป็นคุณแม่ขายเสื้อผ้าเด็กมือสอง มีลูกวัย 1 ขวบ

ช่วงที่เกิดขึ้นพลังงานหยิบงานจากกอง
ลูกงีบรอบเช้า (ประมาณ 40 นาที ถึง 1 ชั่วโมง)สูงเขียนแคปชัน 3 โพสต์ของสัปดาห์ ตั้งราคาของล็อตใหม่
ลูกเล่นเองได้ใกล้ๆกลางตอบแชตลูกค้า ถ่ายรูปสินค้า 5 ชิ้น
ลูกงีบบ่าย แต่เราเพลียมากต่ำแพ็กของ 4 ออเดอร์ หรือพักนอนด้วย
หลังลูกเข้านอนแล้วแต่วันถ้ายังไหว ลงสินค้าในร้าน ถ้าไม่ไหว ปิดมือถือไปนอน

ตั้งเป้าเป็นรายสัปดาห์ เช่น “ลงสินค้าใหม่ 10 ชิ้น ส่งของทุกออเดอร์ภายใน 2 วัน โพสต์ 3 ครั้ง” จะยืดหยุ่นกว่าเป้ารายวันเยอะ วันไหนลูกป่วย ก็ไปเก็บวันอื่นแทนได้ ไม่ต้องรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลวค่ะ

ใครขายบน Shopee อยู่แล้วหรือกำลังจะเปิดร้าน งานลงสินค้ากับตั้งค่าร้านนี่เหมาะกับช่วงพลังงานกลางมาก ดูขั้นตอนได้ที่ เปิดร้าน Shopee วันแรก

วันที่ทุกอย่างพัง ทำยังไงดี

คำตอบสั้นๆ: มี “แผนวันพัง” เตรียมไว้ คือรายการงานขั้นต่ำที่ทำให้ธุรกิจไม่สะดุด เช่น ตอบแชตและส่งของที่ค้าง นอกนั้นยกไปวันอื่นได้หมด

วันที่ลูกไม่สบาย ไฟดับ หรือเราไม่ได้นอนทั้งคืน มาแน่ค่ะ ไม่ช้าก็เร็ว เตรียมไว้ก่อนดีกว่า

  • งานขั้นต่ำ 2 อย่าง ส่วนใหญ่คือ ตอบลูกค้า กับส่งของที่ลูกค้าจ่ายเงินแล้ว
  • ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ เช่น “แอดมินตอบช้าหน่อยวันนี้ ของทุกออเดอร์ส่งภายใน 2 วันค่ะ”
  • ตั้งระยะส่งของที่ไม่บีบตัวเอง ถ้าบอกลูกค้าว่าส่งภายใน 2 วัน แล้วส่งวันเดียว ลูกค้าจะประทับใจ แต่ถ้าบอกวันเดียวแล้วส่งสองวัน ลูกค้าจะผิดหวัง

แล้วก็อย่าลืม คุยกับคนในบ้าน ขอช่วงเวลาที่ไม่มีใครมากวนแน่ๆ สัปดาห์ละ 2 ถึง 3 ครั้ง เช่น ให้สามีหรือคุณยายพาลูกไปเดินเล่นหลังอาหารเย็น ศูนย์กายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล แนะนำการแบ่งหน้าที่ในครอบครัวเป็นวิธีแรกๆ ในการดูแลตัวเองเมื่อรู้สึกหมดไฟ ไม่ต้องรู้สึกผิดที่ขอความช่วยเหลือนะคะ

เมื่อไหร่ควรพัก แทนการฝืนทำงาน

คำตอบสั้นๆ: ถ้าคืนก่อนนอนน้อยมาก หรือทำงานแล้วพลาดซ้ำๆ การพักคุ้มกว่า และถ้าเหนื่อยหรือเศร้าต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ควรคุยกับแพทย์

NHS แนะนำให้แม่หลังคลอด พักเมื่อลูกหลับ แทนการรีบทำงานบ้าน และขอให้คนรอบตัวช่วย ข้อนี้ใช้กับงานธุรกิจได้เหมือนกันค่ะ งานที่ทำตอนหมดแรงมักต้องกลับมาแก้ ตั้งราคาผิดบ้าง ส่งของสลับบ้าง สุดท้ายเสียเวลามากกว่าเดิม

ถ้าเจอสัญญาณแบบนี้ หยุดก่อน แล้วดูแลตัวเองก่อนนะคะ

  • นอนไม่หลับ แม้จะมีโอกาสได้นอน
  • เหนื่อยตลอดเวลา หรือหงุดหงิดกับลูกบ่อยกว่าปกติ
  • รู้สึกเศร้า ไม่มีความสุขกับสิ่งที่เคยชอบ ติดต่อกันหลายสัปดาห์

ถ้ามีอาการเหล่านี้ ปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลหลังคลอด หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง UNICEF ประเทศไทยก็ย้ำไว้ว่าการดูแลตัวเองไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่เป็นสิ่งจำเป็นของพ่อแม่ค่ะ

ถ้าอยากอ่านเรื่องเริ่มธุรกิจไปพร้อมเลี้ยงลูกแบบครบๆ ต่อ ลองดู 7 ความเชื่อที่แม่ควรรู้ก่อนเปิดร้านแรก และ ไอเดียธุรกิจที่บ้านสำหรับแม่ ตามเวลาที่มีจริง

ธุรกิจของแม่ไม่ต้องโตเร็วที่สุดหรอกค่ะ ขอแค่โตไปได้เรื่อยๆ โดยที่เรายังไหว แค่นั้นก็เก่งมากแล้ว

FAQ

คำถามที่แม่ๆ ถามบ่อย

  1. 01แม่ทำงานที่บ้าน จัดตารางเวลายังไงดี

    เริ่มจากสังเกต 1 สัปดาห์ว่าช่วงไหนหัวแล่น ช่วงไหนเหนื่อย แล้วแบ่งงานเป็น 3 กอง คืองานใช้หัว งานกลางๆ และงานมือ จากนั้นวางงานให้ตรงกับพลังงาน แทนการล็อกเวลาเป็นช่องๆ

  2. 02ช่วงพลังงาน คืออะไร

    คือการมองวันของเราเป็นช่วงที่พลังงานสูง กลาง และต่ำ แทนการมองเป็นนาที แล้วเลือกงานให้เหมาะกับแต่ละช่วง เช่น เขียนแคปชันขายของตอนหัวแล่น ส่วนแพ็กของตอนเหนื่อยแต่มือยังว่าง

  3. 03ลูกไม่นอนตามเวลา จะทำงานได้ยังไง

    อย่าผูกงานไว้กับเวลา ให้เตรียมรายการงานสั้นๆ ของแต่ละกองไว้ พอลูกหลับเมื่อไหร่ก็หยิบงานที่ตรงกับพลังงานตอนนั้นได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาคิดว่าจะทำอะไร

  4. 04ทำธุรกิจที่บ้านวันละกี่ชั่วโมงถึงจะพอ

    ไม่มีตัวเลขตายตัว แม่ลูกเล็กหลายคนมีเวลาจริงราว 5 ถึง 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สำคัญกว่าจำนวนชั่วโมงคือเลือกธุรกิจที่ทำได้ในเวลาที่มีจริง

  5. 05ทำงานช่วงลูกหลับ หรือควรนอนพักด้วย

    ถ้าคืนก่อนนอนน้อยมาก การพักมักคุ้มกว่า เพราะงานที่ทำตอนหมดแรงช้าและพลาดง่าย NHS แนะนำให้แม่หลังคลอดพักเมื่อลูกหลับ และขอให้คนในบ้านช่วย

  6. 06รู้สึกหมดไฟ ทั้งเลี้ยงลูกทั้งทำธุรกิจ ควรทำยังไง

    ลดเป้าลงชั่วคราว แบ่งงานบ้านและงานเลี้ยงลูกให้คนในบ้าน และพักให้พอ ถ้านอนไม่หลับแม้มีโอกาส เศร้าหรือเหนื่อยต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. Harvard Business Review: Manage Your Energy, Not Your Time (Schwartz & McCarthy, 2007)
  2. American Psychological Association: Multitasking: Switching costs
  3. NHS: Sleep and tiredness after having a baby
  4. ศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล: กู้พลังผู้ปกครอง 5 วิธีดูแลตัวเองเมื่อรู้สึกหมดไฟ
  5. UNICEF Thailand: วิธีลดความเครียด ที่พ่อแม่ทุกคนทำได้

แม่กับธุรกิจ